ได้เวลาออกท่องเที่ยวกันบ้างแล้วล่ะ หลังจากที่เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าจากการทำงาน และปัญหาสุขภาพมารบกวนจิตใจ ทำให้เราคิดได้ว่า ชีวิตไม่แน่ไม่นอน หากำไรชีวิต เติมพลังและให้รางวัลกับตัวเองบ้างก็ดีนะ ก็เลยจัดทริปสั้นๆ พาคุณพ่อไปเที่ยวหลังจากที่ท่านเกษียณราชการ คุณพ่อเป็นคนขยันและตั้งใจทำงาน ไม่ค่อยจะยอมลาพักผ่อนไปท่องเที่ยวเลย พอท่านเกษียณก็เลยมีโอกาสไปเที่ยวด้วยกัน...Let's go...OK

พอถึง T2 เราก็เดินผ่านประชาสัมพันธ์ แวะถามว่าจะไป SMRT ซึ่งก็คือรถไฟฟ้าที่จะเข้าเมืองไปทางไหน เธอบอกว่าให้ผ่าน ตม. ก่อน คือเราต้องเดินลงบันไดเลื่อนลงไป ก็จะเห็นเคาท์เตอร์ ตม. เมื่อผ่่าน ตม. แล้วเราก็เดินตามป้าย Train to city เราก็เดินตามป้ายไป แล้วลงบันไดเลื่อนสูงๆ ลงไป มีสองชั้น ลงไปปุ๊ปก็จะเห็น Passenger Service เราเลยซื้อ EZ-Link Card ราคา 12 เหรียญสิงคโปร์ มูลค่าที่ใช้ได้ 7 เหรียญสิงคโปร์ และเงินค่าบัตร 5 เหรียญสิงคโปร์ (ไม่ได้คืน) เราเลยขอเติมเงินอีกใบละ 10 เหรียญสิงคโปร์ ตอนแรกก็คิดอยู่นาน ว่าจะซื้อแบบ Standard Ticket หรือ EZ-Link Card แต่เพื่อความสะดวกยอมซื้อแบบหลังนี่แหล่ะ ซึ่งเราก็คิดว่าดีนะ ขึ้นรถเมล์ก็ได้ ไปเกาะ Sentosa ก็ใช้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาแลกเหรียญ เพราะเรามีเวลาจำกัด แต่บางคนที่ไม่ค่อยใช้รถไฟฟ้า หรือรถเมล์ คือเน้นเดิน ก็ซื้อแบบ Standard Ticket ได้ ก็ไม่ต้องเสียเงิน 5 เหรียญสิงคโปร์ไปกับค่าบัตร EZ-Link Card น่ะ




นั่นแหล่ะว่าของเค้าดัง แล้วก็มีมานาน ก็กรอบดี แก้หิวไป
ได้ มีให้เลือกหลายอย่างเหมือนกัน แต่ยังไงก็ชอบอาหาร
ได้เวลากลับไป Vivo แล้ว ต้องไปต่ออีกหลายที่ เริ่มขี้เกียจพิมพ์แล้วล่ะ สรุปๆเลยแล้วกันว่าวันนี้ไปไหนต่อ
Helix Bridge
Merlion
เมื่อมองจากบนสะพานเฮลิกซ์
พอถึง T2 เราก็เดินผ่านประชาสัมพันธ์ แวะถามว่าจะไป SMRT ซึ่งก็คือรถไฟฟ้าที่จะเข้าเมืองไปทางไหน เธอบอกว่าให้ผ่าน ตม. ก่อน คือเราต้องเดินลงบันไดเลื่อนลงไป ก็จะเห็นเคาท์เตอร์ ตม. เมื่อผ่่าน ตม. แล้วเราก็เดินตามป้าย Train to city เราก็เดินตามป้ายไป แล้วลงบันไดเลื่อนสูงๆ ลงไป มีสองชั้น ลงไปปุ๊ปก็จะเห็น Passenger Service เราเลยซื้อ EZ-Link Card ราคา 12 เหรียญสิงคโปร์ มูลค่าที่ใช้ได้ 7 เหรียญสิงคโปร์ และเงินค่าบัตร 5 เหรียญสิงคโปร์ (ไม่ได้คืน) เราเลยขอเติมเงินอีกใบละ 10 เหรียญสิงคโปร์ ตอนแรกก็คิดอยู่นาน ว่าจะซื้อแบบ Standard Ticket หรือ EZ-Link Card แต่เพื่อความสะดวกยอมซื้อแบบหลังนี่แหล่ะ ซึ่งเราก็คิดว่าดีนะ ขึ้นรถเมล์ก็ได้ ไปเกาะ Sentosa ก็ใช้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาแลกเหรียญ เพราะเรามีเวลาจำกัด แต่บางคนที่ไม่ค่อยใช้รถไฟฟ้า หรือรถเมล์ คือเน้นเดิน ก็ซื้อแบบ Standard Ticket ได้ ก็ไม่ต้องเสียเงิน 5 เหรียญสิงคโปร์ไปกับค่าบัตร EZ-Link Card น่ะ
รูปปั้นช้างสำริดที่อาคารรัฐสภาเก่า

จริงๆ อยากจะเขียนอีกเยอะนะ แต่มีภารกิจฟิชโช่หลายอย่าง แค่นี้แล้วกันจ้า เขียนไว้เตือนความจำตัวเอง และเผื่อจะมีประโยชน์กับใครบ้างจ้า
อาราเอ้
................................................................................................
เราซื้อตั๋ว Air Asia ไว้นานหลายเดือนเลย เพื่อประหยัด เป็นการทดลองซื้อตั๋วเองทางอินเตอร์เนต มือใหม่หลายเรื่อง จองโรงแรมทางอินเตอร์เนตเอง ใจก็ตุ๊มๆต่อมๆ ว่าจะได้เรื่องไหมนี่ ไม่อยากให้ทุลักทุเลในการเดินทาง และเรื่องที่พัก แต่ก็สามารถ อิอิ... ทุกอย่างผ่านไปได้ดีพอควร โล่งอก ยกออก...หุหุ
จากหัวข้อก็คงพอเดากันได้นะว่าเราไปที่ไหน สิงคโปร์ จ้า เดี๋ยวเจอกัน วันนี้ง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ เดี๋ยวมาเขียนต่อ Good night จ้า
..................................................................................
มาแว๊ว เขียนต่อนะ... ต้องบิวท์อารมณ์เขียนนิดนึง 555
7 ก.พ. 2557
วันที่เราไปถึงสิงคโปร์น่ะ เครื่องลงก็ราวๆสองทุ่ม(เวลาสิงคโปร์) ก็เพราะเราเดินทางออกจากสนามบินดอนเมืองก็สีโมงเย็นกว่าๆ เกือบห้าโมงเย็นเข้าไป แล้วน่ะสิ (เวลาไทย) เวลาที่นั่นเร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมงนะ อย่าลืมตั้งนาฬิกาใหม่ ตอนถึงสิงคโปร์ล่ะ
ที่สนามบิน Changi เราเดินออกมาจากเครื่อง ก็แวะเข้าห้องน้ำกัน ที่หน้าห้องน้ำมีน้ำดื่มทั้งน้ำร้อน น้ำเย็นไว้บริการด้วย อ้อ! ลืมบอกไป ที่ Air Asia มาจอดคือ Terminal 1 เราต้องเดินผ่านการตรวจเครื่องเอ็กซเรย์กระเป๋า และตัวเราก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนคอยชี้ทาง ก็อยู่ใกล้ๆห้องน้ำนั่นแหล่ะ เดินไปตามป้าย Skytrain to T2 เพื่อนั่งรถไฟฟ้าไปที่ Terminal 2 รถนี้ไม่มีคนขับแฮะ มาบ่อย ไม่ต้องรอนานและฟรีด้วย
พอถึง T2 เราก็เดินผ่านประชาสัมพันธ์ แวะถามว่าจะไป SMRT ซึ่งก็คือรถไฟฟ้าที่จะเข้าเมืองไปทางไหน เธอบอกว่าให้ผ่าน ตม. ก่อน คือเราต้องเดินลงบันไดเลื่อนลงไป ก็จะเห็นเคาท์เตอร์ ตม. เมื่อผ่่าน ตม. แล้วเราก็เดินตามป้าย Train to city เราก็เดินตามป้ายไป แล้วลงบันไดเลื่อนสูงๆ ลงไป มีสองชั้น ลงไปปุ๊ปก็จะเห็น Passenger Service เราเลยซื้อ EZ-Link Card ราคา 12 เหรียญสิงคโปร์ มูลค่าที่ใช้ได้ 7 เหรียญสิงคโปร์ และเงินค่าบัตร 5 เหรียญสิงคโปร์ (ไม่ได้คืน) เราเลยขอเติมเงินอีกใบละ 10 เหรียญสิงคโปร์ ตอนแรกก็คิดอยู่นาน ว่าจะซื้อแบบ Standard Ticket หรือ EZ-Link Card แต่เพื่อความสะดวกยอมซื้อแบบหลังนี่แหล่ะ ซึ่งเราก็คิดว่าดีนะ ขึ้นรถเมล์ก็ได้ ไปเกาะ Sentosa ก็ใช้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาแลกเหรียญ เพราะเรามีเวลาจำกัด แต่บางคนที่ไม่ค่อยใช้รถไฟฟ้า หรือรถเมล์ คือเน้นเดิน ก็ซื้อแบบ Standard Ticket ได้ ก็ไม่ต้องเสียเงิน 5 เหรียญสิงคโปร์ไปกับค่าบัตร EZ-Link Card น่ะ
สถานี Changi Airport > ลงสถานี Tanah Merah แล้วให้มองหาป้าย ที่เขียนว่า to Joo Koon และให้รอรถไฟฟ้าที่นี่ เพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง > ลงสถานี Outram Park เพื่อเปลี่ยนเป็นสายสีม่วง > ลงสถานี Chinatown (NE4)
เรา ไป Check in ที่ The Inn at Temple street ซึ่งอยู่หลังห้าง Lucky Chinatown นับว่าเป็นที่พักที่น่ารักมาก เป็นตึกแถวแต่สามารถแบ่งซอยห้องได้หลายห้อง แม้จะเล็กๆ แต่ก็ตกแต่งได้น่ารัก เข้าทางเราเลย อิอิ... และอย่าลืมเอา Adaptor แบบสามขาไปด้วยนะเพื่อนๆ
กว่าจะมาถึงที่พักก็มืดค่ำแล้ว เราก็กะว่าจะเดินสำรวจแถวๆ ที่พักสักหน่อย ก็ไม่ได้พกแผนที่ไปด้วย ปรากฏว่าเดินไปเจอ Clarke Quay ซึ่งเป็นที่กิน ดื่ม เที่ยวยามราตรี โดยบังเอิญ เดินไม่ไกลเท่าไร ด้วยความดีใจ เดินและถ่ายรูปกันซะเพลิน ขากลับกะว่าจะเดินอีกทางจะได้ไปด้านหลังที่พัก แต่ปรากฏว่าดันเดินไปไม่ถึงๆสักที เฮ้ออออ... เดินอ้อมไปไกลถึงโรงแรม Fullerton เข้าให้ นี่ก็ปาเข้าไปตีสอง เมื่อยก็เมื่อย ง่วงก็ง่วง ถามทางคนงานที่กำลังก่อสร้างอยู่ เลยพอไปได้ถูกทางหน่อย พอถึงที่พักก็แทบหมดแรงอ่ะ... ดังนั้น ขอเตือนเพื่อนๆว่าพกแผนที่ไปด้วยนะจ๊ะ ยิ่งดึกๆด้วยแล้วจะยุ่ง
8 ก.พ. 57
เช้าวันนี้ตื่นมาด้วยความงัวเงีย นอนไม่เต็มที่ แต่ก็ด้วยความอยากเที่ยว เพราะวันนี้เป็นวันที่จะได้เที่ยวแบบเต็มวันแค่วันเดียว
เช้านี้เราเดินออกไปด้านหลังซอยของ Temple street เลี้ยวซ้ายผ่าน Sri Mariamman Temple ซึ่งเป็นวัดฮินดูแล้วเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามวัด เดินตรงไป ถึงสี่แยกแล้วข้ามถนน เลี้ยวขวา เดินตรงไป งงป่ะ ถ้างงก็ถามคนแถวนั้นเอาเองนะ 555 แล้วเดินหาซอยที่เขียนว่า China street เพื่อไปชิมอาหารเช้า คือ คายาโทสต์ ที่ร้านยาคุน (Ya Kun Kaya Toast) อยู่หน้า Far East Square ก็เป็นขนมปังเหมือนว่าจะชุบไข่ทอดนะ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ กับสังขยา แล้วก็ไข่ลวก กาแฟดำ ประมาณนั้น มาลองชิมแล้วกัน เค้าว่าดัง ก็เลยตามมาชิม พ่อบอกว่าไข่ลวกฟองใหญ่ดี
และแล้วได้เวลาออกลุยกันต่อ... สองพ่อลูกออกเดินย้อนกลับไปทางถนน South Bridge แล้วเดินไปเรื่อยๆ อีกนิดเดียวก็เจอ Buddha Tooth Relic Temple & Museum หรือวัดพระเขี้ยวแก้วนั่นเอง เราไม่ได้เข้าไป ยืนถ่ายรูปอยู่หน้าวัด แล้วเดินข้ามถนน ไปนั่งรอรถเมล์ตอนแรกอ่านเจอจากในเวปว่าต้องขึ้นสาย 80 เพื่อไปห้าง Vivo City เมื่อมีรถเมล์สาย 145 จอดอยู่ตรงหน้า พี่คนขับแกคงเล็งเห็นว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว เพราะนั่งเปิดแผนที่อยู่ แกเลยถามว่าไปไหน เราบอกว่าไป Vivo แกก็พยักเพยิดทำทีชักชวนว่าเชิญขึ้นเลยพรรคพวก เราเลยรีบกระโดดขึ้นรถโดยไม่ชักช้า
นั่งรถไม่นาน ก็มาจอดที่หน้าห้าง Vivo City แล้ว... ดีใจจังเลย จะได้ไป Sentosa กันแล้ว ก็ที่ชั้น 3 ของห้างนี้เป็นที่ที่เราจะไปขึ้น Monorail เพื่อไปเกาะ Sentosa กันไงล่ะ แต่เดี๋ยวก่อน แวะถ่ายรูป Cable car ที่ลอยข้ามผ่านห้างนี้เพื่อไปที่เกาะ Sentosa เช่นกันซะก่อน
บนเกาะ Sentosa จะมีสถานีรถไฟฟ้า (Sentosa Express) อยู่ 3 สถานีสั้นๆ เราสามารถนั่งมาไหน ไปไหนได้หมด โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารอีกแล้ว (ราคาค่า Monorail 4 เหรียญสิงคโปร์ ได้ทั้งขาไป ขากลับ จ่ายครั้งเดียว)
เส้นทางรถไฟฟ้าจะวิ่งตามนี้ (ห้าง Vivo City) <–> Waterfront Station <–> Imbiah Station <–> Beach Station
สถานี Waterfront Station เป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Singapore และ Casino
สถานี Imbiah Station เป็นที่ตั้งของ Merlion Park เป็น Merlion ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์
สถานี Beach Station เป็นที่ตั้งของชายหาดต่างๆ และเป็นที่แสดง Song of the Sea นอกจากนี้ยังมีป้อมปืนใหญ่ (Fort Siloso) ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย และก็มี Underwaterworld แต่ตอนนี้ที่ไทยเราก็มีนะ หลายแห่งเลย ที่ชอบอีกอย่างคือเราสามารถใช้บริการ Sentasa Express, Bus, Tram ได้ฟรีตลอดที่อยู่บนเกาะ
เที่ยวกันจนเหนื่อย แวะกินไรกันหน่อย
แวะ ร้าน Old Chang Kee ร้านขายของทอดชื่อดังของ
สิงคโปร์ เพิ่งรู้ก็ตอนมาเปิดดูตอนกลับมาจากสิงคโปร์แล้ว
ได้ มีให้เลือกหลายอย่างเหมือนกัน แต่ยังไงก็ชอบอาหาร
ไทยมากกว่าอยู่ดี 555 จัดไป...กะหรี่ปั๊ปก็ 1.40 เหรียญ
สิงคโปร์ ไก่ทอดก็ 1.50 เหรียญสิงคโปร์นะ ถ้าจำไม่ผิด
กินไปชักฝืดคอ เข้าไปซื้้อน้ำใน 7-11 ได้เป๊ปซี่มาขวดนึง
ราคา 2.50 เหรียญสิงคโปร์ เห็นราคาแล้วรู้สึกรัก 7-11
เมืองไทยขึ้นมาเชียวเรา พอมีแรงก็เดินไปถ่ายภาพกันต่อ
บอกไปหรือยังว่าตอนที่ไปน่ะ 1 เหรียญสิงคโปร์ ก็ราวๆ 26
บาทไทย
อยากไปดู Little India ว่าเป็นเยี่ยงไร ไปต่อกันเลย... ก็ขึ้นรถไฟฟ้าที่ Vivo ได้เลยจ้า ลงไปทีชั้นล่าง เค้ามีป้ายบอกทางไปขึ้นรถไฟฟ้า
ที่ Little India มีร้านขายของชำหลายร้าน เห็นสินค้าไทยด้วยล่ะ เช่น สบู่ลักซ์ อิอิ และอีกหลายสิ่งอย่าง แล้วก็มีร้านทองเยอะด้วยแฮะ เดินได้นิดนึงก็ชวนกันไปป้ายรถเมล์เพื่อไป Orchard road กัน ถามคนแถวนั้น เขาบอกว่าไม่มีรถเมล์ไป Orchard road แป่ววววว... สองพ่อลูกต้องเลยปรึกษากันว่า อย่ากระนั้นเลยเราเดินย้อนกลับไปสถานีรถไฟฟ้าที่เดิมกันดีกว่า เพื่อความปลอดภัย ก็เข็ดไง เข็ดจากการหลงทางในคืนแรกที่มาถึง โฮะๆๆๆ แต่ตอนนี้เรามีแผนที่รถไฟฟ้าและมันก็เป็นเวลากลางวัน ไม่กลัวๆ คริคริ..
เดินที่ Orchard road เราก็เริ่มเดินกันตั้งแต่หัวถนนกันเลย ทีเดียว เริ่มที่ Plaza Singaporura ออกมาจากห้างแล้วก็ยัง งงๆ ปนเหนื่อยๆ ว่านี่มันใช่ถนนที่เราจะมาหรือเปล่านี่ ก็มองไม่เห็นป้ายชื่อถนนนี้เลย เลยไม่มั่นใจ แต่พ่อบอกว่าชัวร์
ใช่แน่ เดินๆแล้วก็แวะ 7-11 ซื้อน้ำเกลือแร่ให้ปะป๊า
แล้วก็ไอศครีมของเรา รวม 4.50 เหรียญสิงคโปร์ สักพักถึงจะ
เห็นป้าย Orchard road จริงๆด้วย ดีใจๆๆๆๆๆ ไม่ผิดถนน เดินสักพักจะมีห้างสรรพสินค้ามากมายที่เราเดินผ่าน คนเยอะ
เลยอ่ะ เมื่อยแล้ว แต่ต้องเดินต่อไปหาสถานีรถไฟฟ้า เพราะ
ได้เวลาที่จะไปที่อื่นต่อแล้ว แล้วก็เจอสถานีจนได้ ไปกันต่อ
แล้วกัน... ลงที่สถานี Bayfront ก็จะมาโผล่แถวนี้
(ไม่อยากจะบอกเลยว่า ตอนแรกไปลงผิดสถานี คือ ไปลง
สถานี Marina Bay ปรากฏว่าเขากำลังก่อสร้างอะไรอีกหลาย
อย่างและอยู่ไกลจาก Marina Bay Sands พอควร เลยมาคิด
ดูอีกที แล้วก็ชวนพ่อไปที่สถานี Bayfront กันดีกว่า)
ภาพข้างบนนี่คือสถานี Marina Bay คาดว่าต่อไปคงมีสิ่งก่อสร้างต่างๆมากมายแถวๆนี้ ถ้าเรามองจากตรงนี้ไปก็เห็น Marina Bay Sands อยู่ลิบๆ
มาที่สถานี Bayfront ก็จะเจอ Marina Bay Sands กันเลย
มองไปอีกด้านก็จะเป็น Gardens By The Bay Singapore ที่มีสิ่งก่อสร้างหน้าตาคล้ายต้นไม้ ทำให้เรารู้สึกเหมือนในหนังอนาคตล่ะ
ที่นี่ก็จัดทำเป็นสวน ถ้าไม่เข้าในโดมก็ชมสวนได้ฟรี แต่
ถ้าเข้าไปในโดมก็เสียสตางค์จ้า เราเดินเลาะริมสระน้ำไป
เรื่อยๆ ไปทางแม่น้ำ คิดว่าคงจะเจอทางไปดูเจ้า Merlion พ่น
น้ำเสียที เพราะเดินมากวันนี้ เริ่มเมื่อยแล้ว ยกขาแทบไม่ขึ้น
ล่ะ ในที่สุด... เราก็ถึงแม่น้ำแล้ว เจอหลายสิ่งที่ประสงค์ 555
ดูภาพเลยแล้วกัน เหนื่อยอ่ะ...
Singapore Flyer
เมื่อมองจากบนสะพานเฮลิกซ์
เดินข้ามสะพานเฮลิกซ์มา แล้วก็จะเจออาคาร Esplanade
ซึ่งเป็นโรงละครรูปทรงหนามทุเรียน บนปากอ่าวสิงคโปร์
ต่อจากนั้นเราก็เดินข้ามสะพาน Esplanade Drive ไป
Merlion กัน ระหว่างทางบนสะพานเห็นคนยืนซื้อไอติม
รถเข็นกันหลายคนเหมือนกัน อยากชิมแต่คนเยอะ จะมืดแล้ว
ด้วย ไปต่อดีกว่า
ได้เวลาออกท่องเที่ยวกันบ้างแล้วล่ะ หลังจากที่เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าจากการทำงาน และปัญหาสุขภาพมารบกวนจิตใจ ทำให้เราคิดได้ว่า ชีวิตไม่แน่ไม่นอน หากำไรชีวิต เติมพลังและให้รางวัลกับตัวเองบ้างก็ดีนะ ก็เลยจัดทริปสั้นๆ พาคุณพ่อไปเที่ยวหลังจากที่ท่านเกษียณราชการ คุณพ่อเป็นคนขยันและตั้งใจทำงาน ไม่ค่อยจะยอมลาพักผ่อนไปท่องเที่ยวเลย พอท่านเกษียณก็เลยมีโอกาสไปเที่ยวด้วยกัน...Let's go...OK
เราซื้อตั๋ว Air Asia ไว้นานหลายเดือนเลย เพื่อประหยัด เป็นการทดลองซื้อตั๋วเองทางอินเตอร์เนต มือใหม่หลายเรื่อง จองโรงแรมทางอินเตอร์เนตเอง ใจก็ตุ๊มๆต่อมๆ ว่าจะได้เรื่องไหมนี่ ไม่อยากให้ทุลักทุเลในการเดินทาง และเรื่องที่พัก แต่ก็สามารถ อิอิ... ทุกอย่างผ่านไปได้ดีพอควร โล่งอก ยกออก...หุหุ
จากหัวข้อก็คงพอเดากันได้นะว่าเราไปที่ไหน สิงคโปร์ จ้า เดี๋ยวเจอกัน วันนี้ง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ เดี๋ยวมาเขียนต่อ Good night จ้า
.........................................................
มาแว๊ว เขียนต่อนะ... ต้องบิวท์อารมณ์เขียนนิดนึง 555
7 ก.พ. 2557
วันที่เราไปถึงสิงคโปร์น่ะ เครื่องลงก็ราวๆสองทุ่ม(เวลาสิงคโปร์) ก็เพราะเราเดินทางออกจากสนามบินดอนเมืองก็สีโมงเย็นกว่าๆ เกือบห้าโมงเย็นเข้าไป แล้วน่ะสิ (เวลาไทย) เวลาที่นั่นเร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมงนะ อย่าลืมตั้งนาฬิกาใหม่ ตอนถึงสิงคโปร์ล่ะ
ที่สนามบิน Changi เราเดินออกมาจากเครื่อง ก็แวะเข้าห้องน้ำกัน ที่หน้าห้องน้ำมีน้ำดื่มทั้งน้ำร้อน น้ำเย็นไว้บริการด้วย อ้อ! ลืมบอกไป ที่ Air Asia มาจอดคือ Terminal 1 เราต้องเดินผ่านการตรวจเครื่องเอ็กซเรย์กระเป๋า และตัวเราก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนคอยชี้ทาง ก็อยู่ใกล้ๆห้องน้ำนั่นแหล่ะ เดินไปตามป้าย Skytrain to T2 เพื่อนั่งรถไฟฟ้าไปที่ Terminal 2 รถนี้ไม่มีคนขับแฮะ มาบ่อย ไม่ต้องรอนานและฟรีด้วย
พอถึง T2 เราก็เดินผ่านประชาสัมพันธ์ แวะถามว่าจะไป SMRT ซึ่งก็คือรถไฟฟ้าที่จะเข้าเมืองไปทางไหน เธอบอกว่าให้ผ่าน ตม. ก่อน คือเราต้องเดินลงบันไดเลื่อนลงไป ก็จะเห็นเคาท์เตอร์ ตม. เมื่อผ่่าน ตม. แล้วเราก็เดินตามป้าย Train to city เราก็เดินตามป้ายไป แล้วลงบันไดเลื่อนสูงๆ ลงไป มีสองชั้น ลงไปปุ๊ปก็จะเห็น Passenger Service เราเลยซื้อ EZ-Link Card ราคา 12 เหรียญสิงคโปร์ มูลค่าที่ใช้ได้ 7 เหรียญสิงคโปร์ และเงินค่าบัตร 5 เหรียญสิงคโปร์ (ไม่ได้คืน) เราเลยขอเติมเงินอีกใบละ 10 เหรียญสิงคโปร์ ตอนแรกก็คิดอยู่นาน ว่าจะซื้อแบบ Standard Ticket หรือ EZ-Link Card แต่เพื่อความสะดวกยอมซื้อแบบหลังนี่แหล่ะ ซึ่งเราก็คิดว่าดีนะ ขึ้นรถเมล์ก็ได้ ไปเกาะ Sentosa ก็ใช้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาแลกเหรียญ เพราะเรามีเวลาจำกัด แต่บางคนที่ไม่ค่อยใช้รถไฟฟ้า หรือรถเมล์ คือเน้นเดิน ก็ซื้อแบบ Standard Ticket ได้ ก็ไม่ต้องเสียเงิน 5 เหรียญสิงคโปร์ไปกับค่าบัตร EZ-Link Card น่ะ
สถานี Changi Airport > ลงสถานี Tanah Merah แล้วให้มองหาป้าย ที่เขียนว่า to Joo Koon และให้รอรถไฟฟ้าที่นี่ เพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง > ลงสถานี Outram Park เพื่อเปลี่ยนเป็นสายสีม่วง > ลงสถานี Chinatown (NE4)
เรา ไป Check in ที่ The Inn at Temple street ซึ่งอยู่หลังห้าง Lucky Chinatown นับว่าเป็นที่พักที่น่ารักมาก เป็นตึกแถวแต่สามารถแบ่งซอยห้องได้หลายห้อง แม้จะเล็กๆ แต่ก็ตกแต่งได้น่ารัก เข้าทางเราเลย อิอิ... และอย่าลืมเอา Adaptor แบบสามขาไปด้วยนะเพื่อนๆ
กว่าจะมาถึงที่พักก็มืดค่ำแล้ว เราก็กะว่าจะเดินสำรวจแถวๆ ที่พักสักหน่อย ก็ไม่ได้พกแผนที่ไปด้วย ปรากฏว่าเดินไปเจอ Clarke Quay ซึ่งเป็นที่กิน ดื่ม เที่ยวยามราตรี โดยบังเอิญ เดินไม่ไกลเท่าไร ด้วยความดีใจ เดินและถ่ายรูปกันซะเพลิน ขากลับกะว่าจะเดินอีกทางจะได้ไปด้านหลังที่พัก แต่ปรากฏว่าดันเดินไปไม่ถึงๆสักที เฮ้ออออ... เดินอ้อมไปไกลถึงโรงแรม Fullerton เข้าให้ นี่ก็ปาเข้าไปตีสอง เมื่อยก็เมื่อย ง่วงก็ง่วง ถามทางคนงานที่กำลังก่อสร้างอยู่ เลยพอไปได้ถูกทางหน่อย พอถึงที่พักก็แทบหมดแรงอ่ะ... ดังนั้น ขอเตือนเพื่อนๆว่าพกแผนที่ไปด้วยนะจ๊ะ ยิ่งดึกๆด้วยแล้วจะยุ่ง
8 ก.พ. 57
เช้าวันนี้ตื่นมาด้วยความงัวเงีย นอนไม่เต็มที่ แต่ก็ด้วยความอยากเที่ยว เพราะวันนี้เป็นวันที่จะได้เที่ยวแบบเต็มวันแค่วันเดียว
เช้านี้เราเดินออกไปด้านหลังซอยของ Temple street เลี้ยวซ้ายผ่าน Sri Mariamman Temple ซึ่งเป็นวัดฮินดูแล้วเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามวัด เดินตรงไป ถึงสี่แยกแล้วข้ามถนน เลี้ยวขวา เดินตรงไป งงป่ะ ถ้างงก็ถามคนแถวนั้นเอาเองนะ 555 แล้วเดินหาซอยที่เขียนว่า China street เพื่อไปชิมอาหารเช้า คือ คายาโทสต์ ที่ร้านยาคุน (Ya Kun Kaya Toast) อยู่หน้า Far East Square ก็เป็นขนมปังเหมือนว่าจะชุบไข่ทอดนะ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ กับสังขยา แล้วก็ไข่ลวก กาแฟดำ ประมาณนั้น มาลองชิมแล้วกัน เค้าว่าดัง ก็เลยตามมาชิม พ่อบอกว่าไข่ลวกฟองใหญ่ดี
และแล้วได้เวลาออกลุยกันต่อ... สองพ่อลูกออกเดินย้อนกลับไปทางถนน
South Bridge แล้วเดินไปเรื่อยๆ อีกนิด
เดียวก็เจอ Buddha Tooth Relic
Temple & Museum หรือวัดพระเขี้ยว
แก้วนั่นเอง เราไม่ได้เข้าไป ยืนถ่ายรูป
อยู่หน้าวัด แล้วเดินข้ามถนน ไปนั่งรอ
รถเมล์ตอนแรกอ่านเจอจากในเวปว่าต้อง
ขึ้นสาย 80 เพื่อไปห้าง Vivo City เมื่อมี
รถเมล์สาย 145 จอดอยู่ตรงหน้า พี่คน
ขับแกคงเล็งเห็นว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว
เพราะนั่งเปิดแผนที่อยู่ แกเลยถามว่าไป
ไหน เราบอกว่าไป Vivo แกก็พยักเพยิด
ทำทีชักชวนว่าเชิญขึ้นเลยพรรคพวก เรา
เลยรีบกระโดดขึ้นรถโดยไม่ชักช้า
นั่งรถไม่นาน ก็มาจอดที่หน้าห้าง
Vivo City แล้ว... ดีใจจังเลย จะได้ไป
Sentosa กันแล้ว ก็ที่ชั้น 3 ของห้างนี้
เป็นที่ที่เราจะไปขึ้น Monorail เพื่อไป
เกาะ Sentosa กันไงล่ะ แต่เดี๋ยวก่อน
แวะถ่ายรูป Cable car ที่ลอยข้ามผ่าน
ห้างนี้เพื่อไปที่เกาะ Sentosa เช่นกันซะ
ก่อน
บนเกาะ Sentosa จะมีสถานีรถไฟฟ้า (Sentosa Express) อยู่ 3 สถานีสั้นๆ เราสามารถนั่งมาไหน ไปไหนได้หมด โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารอีกแล้ว (ราคาค่า Monorail 4 เหรียญสิงคโปร์ ได้ทั้งขาไป ขากลับ จ่ายครั้งเดียว)
เส้นทางรถไฟฟ้าจะวิ่งตามนี้ (ห้าง Vivo City) <–> Waterfront Station <–> Imbiah Station <–> Beach Station
สถานี Waterfront Station เป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Singapore และ Casino
สถานี Imbiah Station เป็นที่ตั้งของ Merlion Park เป็น Merlion ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์
สถานี Beach Station เป็นที่ตั้งของชายหาดต่างๆ และเป็นที่แสดง Song of the Sea นอกจากนี้ยังมีป้อมปืนใหญ่ (Fort Siloso) ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย และก็มี Underwaterworld แต่ตอนนี้ที่ไทยเราก็มีนะ หลายแห่งเลย ที่ชอบอีกอย่างคือเราสามารถใช้บริการ Sentasa Express, Bus, Tram ได้ฟรีตลอดที่อยู่บนเกาะ
เที่ยวกันจนเหนื่อย แวะกินไรกันหน่อย
แวะ ร้าน Old Chang Kee ร้านขาย
ของทอดชื่อดังของสิงคโปร์ เพิ่งรู้ก็
ตอนมาเปิดดูตอนกลับมาจากสิงคโปร์
แล้ว นั่นแหล่ะว่าของเค้าดัง แล้วก็มีมา
นาน ก็กรอบดี แก้หิวไปได้ มีให้เลือก
หลายอย่างเหมือนกัน แต่ยังไงก็ชอบ
อาหารไทยมากกว่าอยู่ดี 555 จัดไป...กะ
หรี่ปั๊ปก็ 1.40 เหรียญสิงคโปร์ ไก่ทอดก็
1.50 เหรียญสิงคโปร์นะ ถ้าจำไม่ผิด
กินไปชักฝืดคอ เข้าไปซื้้อน้ำใน 7-11 ได้
เป๊ปซี่มาขวดนึง ราคา 2.50 เหรียญ
สิงคโปร์ เห็นราคาแล้วรู้สึกรัก 7-11
เมืองไทยขึ้นมาเชียวเรา พอมีแรงก็เดิน
ไปถ่ายภาพกันต่อ บอกไปหรือยังว่าตอนที่ไปน่ะ 1 เหรียญสิงคโปร์ ก็ราวๆ 26
บาทไทย
ได้เวลากลับไป Vivo แล้ว ต้องไปต่อ
อีกหลายที่ เริ่มขี้เกียจพิมพ์แล้วล่ะ สรุปๆ
เลยแล้วกันว่าวันนี้ไปไหนต่ออยากไปดู
Little India ว่าเป็นเยี่ยงไร ไปต่อกัน
เลย... ก็ขึ้นรถไฟฟ้าที่ Vivo ได้เลยจ้า ลง
ไปทีชั้นล่าง เค้ามีป้ายบอกทางไปขึ้น
รถไฟฟ้า
ที่ Little India มีร้านขายของชำหลาย
ร้าน เห็นสินค้าไทยด้วยล่ะ เช่น สบู่ลักซ์
อิอิ และอีกหลายสิ่งอย่าง แล้วก็มีร้าน
ทองเยอะด้วยแฮะ เดินได้นิดนึงก็ชวนกัน
ไปป้ายรถเมล์เพื่อไป Orchard
road กัน ถามคนแถวนั้น เขาบอกว่าไม่มี
รถเมล์ไป Orchard road แป่ววววว...
สองพ่อลูกต้องเลยปรึกษากันว่า อย่า
กระนั้นเลยเราเดินย้อนกลับไปสถานี
รถไฟฟ้าที่เดิมกันดีกว่า เพื่อความ
ปลอดภัย ก็เข็ดไง เข็ดจากการหลง
ทางในคืนแรกที่มาถึง โฮะๆๆๆ แต่ตอนนี้
เรามีแผนที่รถไฟฟ้าและมันก็เป็นเวลา
กลางวัน ไม่กลัวๆ คริคริ..
เดินที่ Orchard road เราก็เริ่มเดินกัน
ตั้งแต่หัวถนนกันเลย ทีเดียว เริ่มที่
Plaza Singaporura ออกมาจากห้าง
แล้วก็ยัง งงๆ ปนเหนื่อยๆ ว่านี่มันใช่ถนน
ที่เราจะมาหรือเปล่านี่ ก็มองไม่เห็นป้าย
ชื่อถนนนี้เลย เลยไม่มั่นใจ แต่พ่อบอกว่า
ชัวร์ใช่แน่ เดินๆแล้วก็แวะ 7-11 ซื้อน้ำ
เกลือแร่ให้ปะป๊า แล้วก็ไอศครีมของเรา
รวม 4.50 เหรียญสิงคโปร์ สักพักถึงจะ
เห็นป้าย Orchard road จริงๆด้วย ดี
ใจๆๆๆๆๆ ไม่ผิดถนน เดินสักพักจะมี
ห้างสรรพสินค้ามากมายที่เราเดินผ่าน
คนเยอะเลยอ่ะ เมื่อยแล้ว แต่ต้องเดินต่อ
ไปหาสถานีรถไฟฟ้า เพราะได้เวลาที่จะ
ไปที่อื่นต่อแล้ว แล้วก็เจอสถานีจนได้ ไป
กันต่อแล้วกัน... ลงที่สถานี Bayfront ก็
จะมาโผล่แถวนี้ (ไม่อยากจะบอกเลยว่า
ตอนแรกไปลงผิดสถานี คือ ไปลง
สถานี Marina Bay ปรากฏว่าเขากำลัง
ก่อสร้างอะไรอีกหลายอย่างและอยู่ไกล
จาก Marina Bay Sands พอควร เลยมา
คิดดูอีกที แล้วก็ชวนพ่อไปที่
สถานี Bayfront กันดีกว่า)
ภาพข้างบนนี่คือสถานี Marina Bay
คาดว่าต่อไปคงมีสิ่งก่อสร้างต่างๆมาก
มายแถวๆนี้ ถ้าเรามองจากตรงนี้ไปก็เห็น
Marina Bay Sands อยู่ลิบๆ
มาที่สถานี Bayfront ก็จะเจอ Marina
Bay Sands กันเลย
มองไปอีกด้านก็จะเป็น Gardens By The Bay Singapore ที่มีสิ่งก่อสร้างหน้าตาคล้ายต้นไม้ ทำให้เรารู้สึกเหมือนในหนังอนาคตล่ะ
ที่นี่ก็จัดทำเป็นสวน ถ้าไม่เข้าในโดม
ก็ชมสวนได้ฟรี แต่ถ้าเข้าไปในโดมก็เสีย
สตางค์จ้า เราเดินเลาะริมสระน้ำไป
เรื่อยๆ ไปทางแม่น้ำ คิดว่าคงจะเจอทาง
ไปดูเจ้า Merlion พ่นน้ำเสียที เพราะเดิน
มากวันนี้ เริ่มเมื่อยแล้ว ยกขาแทบไม่ขึ้น
ล่ะ ในที่สุด... เราก็ถึงแม่น้ำแล้ว เจอ
หลายสิ่งที่ประสงค์ 555
ดูภาพเลยแล้วกัน เหนื่อยอ่ะ...
Singapore Flyer
Helix Bridge
Merlion
เมื่อมองจากบนสะพานเฮลิกซ์
เดินข้ามสะพานเฮลิกซ์มา แล้วก็จะเจออาคาร Esplanadeซึ่งเป็นโรงละครรูปทรงหนามทุเรียน บนปากอ่าวสิงคโปร์
ต่อจากนั้นเราก็เดินข้ามสะพาน
Esplanade Drive ไป Merlion กัน
ระหว่างทางบนสะพานเห็นคนยืนซื้อไอ
ติมรถเข็นกันหลายคนเหมือนกัน อยาก
ชิมแต่คนเยอะ จะมืดแล้วด้วย ไปต่อดี
กว่า
บอกกับพ่อว่าลืมทำท่าสระผม น่า
จะฮาดี 555
อยู่กับเจ้า Merlion พอควรแล้ว เรา
เดินลอดสะพาน Esplanade Drive ไป
เพื่อไปดูรูปปั้นเด็กกระโดดน้ำที่อยู่ใกล้ๆ
สะพาน Cavanagh หรือจะเดินข้างบน
ไม่ลอดสะพานก็ได้นะ ก็ข้ามสะพาน
Anderson ไปได้เหมือนกัน
People of the River
เมื่อยมากๆสำหรับวันนี้ กลับที่พักไปนอนก่อนดีกว่า... เราเลยพลาดโอกาสดูแสงสีที่อ่าวมารีน่าเลย T T
ไปหาไรกินแถวไชน่าทาวน์ที่พัก ก่อนนอนพักผ่อน
.........................................................
9 ก.พ. 57
วันนี้มาแถว Merlion อีกครั้ง เพื่อมาเก็บตก ละแวกนั้นจ้า ข้ามสะพาน Cavenagh จะเจอ Asian Civilisations Museum
สะพาน Cavenagh
Asian Civilisations Museum
รูปปั้น Sir Standford Raffle
ตำแหน่งที่ท่าน เซอร์ แสตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ ได้เหยียบ แผ่นดินสิงคโปร์เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ.1819
Boat Quay
รูปปั้นช้างสำริดที่อาคารรัฐสภาเก่า
ปัจจุบันเป็น The Arts House
เป็นช้างที่รัชการที่ ๕ ทรงพระราชทานเพื่อสร้างความสัมพันธไมตรีกับประเทศสิงคโปร์เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จมาเยือนสิงคโปร์เป็นครั้งแรก
อาคารศาลฎีกาหลังเก่าสไตล์โคโลเนียล
กลับมาหาเจ้า Merlion อีกรอบ เพราะว่ายังไม่จุใจเมื่อวาน อากาศอึมครึม ฟ้าไม่ใส เลยมาถ่ายรูปอีกที
เวลาพอสมควรแล้ว ไปดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่องกลับไทย
ขอบอกว่าที่สนามบินชางฮี มีอะไรให้เล่นเยอะแยะ ไม่เบื่อเลย ชอบมาก...
ต้องไปขึ้นเครื่อง air Asia ที่ T1 จ้า

อาราเอ้
................................................................................................






