วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ไปเที่ยวคิวชูกันเถอะ...เบปปุแถมท้ายด้วยยุฟุอิน

みなさん、こんばんは (Minasan Konbanwa)

             สวัสดีตอนเย็นๆ จ้าทุกคน วันนี้ไปกันต่อที่ Beppu ให้จบนะ แล้วไป Yufuin กันต่ออีกนิดนึง

             บ่อที่ 3 Shiraike-Jigoku อย่างที่บอกอยู่ห่างออกไปจากสองบ่อแรกค่ะ ต้องขึ้นรถเมล์สายเดิม ป้ายเดิมกับที่ลงรถมาเมื่อกี้นั่นแหล่ะค่ะ แล้วไปลงรถที่ Kanenoi Bus Stop Kannawa ซึ่งเป็นท่ารถ ป้ายสุดท้ายว่างั้นเถอะ หันหน้าออกจากท่ารถ ให้เดินไปทางขวามือ เดินไปนิดนึงแล้วเลี้ยวขวาเข้าซอย แต่ขอบอกก่อนว่าข้าพเจ้าเรียกลำดับบ่อตามที่ตัวเองไปก่อน-หลังนะ จะย้อนทางกับลำดับในแผนที่ในแผ่นพับที่เค้าแจกมาให้น่ะ เพราะข้าพเจ้าจะไป Yufuin ต่อ

บ่อที่ 3 Shiraike-Jigoku
บ่อนี้เรียกอีกชื่อว่า White Pond Hell คือน้ำพุร้อนที่ออกมาเปลี่ยนจากไม่มีสีเป็นสีขาวน้ำนมได้อย่างน่าประหลาดใจ

            บ่อที่ 4 Oniyama-Jigoku รู้สึกว่าบ่อนี้ร้อนมากๆ จังเลย ไอน้ำร้อนพวยพุ่งขึ้นมาเต็มไปหมด ข้างๆ ก็มีบ่อเลี้ยงจระเข้ คำอธิบายที่เกี่ยวกับการเลี้ยงจระเข้ไว้ที่นี่ก็ตามป้ายนี้เลยค่ะ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าบ่อนี้ไม่ค่อยสวยอ่ะ แต่มีจุดเด่นอยู่ที่มันมีแรงดันไอน้ำมากนั่นเอง

บ่อที่ 4 Oniyama-Jigoku

 
              ต่อไปก็บ่อที่ 5 Kamodo-Jigoku ทางเข้ามีรูปปั้นยมทูตถือกระบองยืนอยู่ค่ะ ที่นี่มีหลายบ่ออยู่รวมกัน แต่ละบ่อก็แตกต่างกันไป ข้าพเจ้าได้ชิมไข่ต้มที่นี่ด้วย ตอนแรกก็คิดว่าเหมือนไข่ต้มทั่วไป แต่เกาะออกมาจะดูสีส้มนิดๆ ฟองละ 70 เยนค่ะ กำลังนั่งกินอยู่ก็มีคนญี่ปุ่นมาด้อมๆมองๆ อ๋อ! ที่แท้ก็คุณลุงเจ้าของร้านนี่เอง มาดูว่าลูกค้ารู้วิธีกินหรือเปล่า ถามว่าอร่อยหรือเปล่า ดูเป็นห่วงเป็นใยลูกค้าดีเสียจริง ปลื้มจัง...  แต่ข้าพเจ้ากินเกือบหมด เพิ่งมองเห็นวิธีกินที่เค้าแปะไว้บนโต๊ะ คือตอนกินไข่ขาวให้จิ้มไข่ขาวกับเกลือ พอถึงไข่แดงให้จิ้มกินกับซอส ก็จัดไปตามนั้นในส่วนที่เหลืออยู่ อร่อยมากๆ อย่างไม่น่าเชื่อ สงสัยเพราะว่าหิวด้วย 555

 



         บ่อที่เหลืออีกสามบ่อต้องเดินไปไกลนิดนึง ไม่ไกลมากหรอก แต่แดดร้อนมาก ถ้ามาหน้าหนาวคงจะดีนะ

         บ่อที่ 6 Umi-Jigoku ข้าพเจ้าชอบบ่อนี้มาก สีสวยเหมือนสีน้ำทะเลเลย ใกล้ๆกันก็มีสระบัว Victoria Amazonica ใบใหญ่มาก เค้ามีรูปโชว์ด้วยว่าใบบัวสามารถรับน้ำหนักเด็กที่หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัมด้วย


              บ่อที่ 7 Oniishibozu-Jigoku ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะว่าเวลาที่โคลนเดือดขึ้นมา จะมีลักษณะคล้ายปุ่มนูนของขมวดผมบนเศียรพระพุทธรูป บ่อนี้ก็น่าสนใจค่ะ ภายในบริเวณก็มีบ่อน้ำพุร้อนให้แช่เท้ากันด้วยค่ะ จริงๆแล้ว บ่ออื่นๆ บางบ่อก็มีให้แช่เหมือนกัน แต่ชอบที่นี่ ดูน่านั่งดี แต่เสียดายที่ข้าพเจ้าไม่มีเวลานั่งแช่เท้ากับเค้าเลย ต้องรีบทำเวลา
                
          เฮ้อออออ.... ถึงบ่อสุดท้ายซะที บ่อที่ 8 คือ Yama-Jigoku ที่บ่อนี้มีหินเต็มไปหมดเลย มีไอน้ำร้อนพุ่งออกมาจากก้อนหินเหล่านี้ ที่นี่เค้าเขียนว่ามี Exotic animals ฮึ ฮึ แต่ที่เราเห็นตั้งแต่ประตูทางเข้าก็น้องเหมียวมายืนต้อนรับอยู่หน้าประตู เดินเข้าไปอีกนิดก็น้องหง่าวตัวดำ เดินต่อไปก็เจอน้องเหมียวตัวลาย แต่ถ่ายภาพไม่ทัน เอ่ออออ... เอ็กโซติกมากอ่ะ
          แต่จริงๆ แล้วเค้ามีสวนสัตว์เล็กๆที่นี่ค่ะ เด็กๆคงชอบ แต่อาจจะกลิ่นแรงไปนิดนึง มีนกยูง ฮิปโป ช้าง หงส์สีดำ นกฟลามิงโก้ ลิง ลามะ ให้ดูกันด้วย 

         เย้... บ่ายกว่าๆ แล้ว ไป Yufoin กันต่อเถอะ เดินออกมาจากซอยน้ำพุร้อนทั้ง 8 บ่อ ย้อนมาที่ท่ารถเมล์ ถามแล้วได้ความว่าต้องข้ามถนนไปอีกฝั่ง ถนนเล็กๆ แต่รถเยอะพอควร รอรถเมล์สาย 15 ไปลงที่  Reisenji เพื่อเปลี่ยนรถไป Yufuin เจอคนญี่ปุ่นใจดีอีกแล้ว ลุง พขร. เห็นว่าเราจะไป Yufuin เลยบอกสายรถ และป้ายรถที่ต้องไปรอ พอเดินลงรถ ก็มีป้าคนนึงบอกว่าให้ข้ามถนนไป แล้วชี้ไปที่ป้ายรถ น่ารักจริงๆ เราไปนั่งรออยู่พักนึง เห็นว่ารถไม่มาสักที เลยเข้าไปถามป้าที่มีบ้านหรือร้านค้านี่แหล่ะอยู่ใกล้ๆ ป้ารีบเดินมา พร้อมดูเวลาให้ด้วย ตกลงก็ใช่รถสาย 36 ตามที่คุณลุง พขร. บอกมานั่นแหล่ะ สักพักรถก็มา เลยเวลาไปสักสองสามนาทีแค่นั้นเอง ขึ้นรถแล้วหันหลังมองไป คุณป้าแอบมองดูเราว่าได้ขึ้นรถหรือยัง และคงกลัวว่าเราจะขึ้นผิดคัน ซาบซึ้งน้ำใจของท่านจริงๆ... การเดินทางคนเดียว ถึงจะหวาดหวั่นใจอยู่บ้าง แต่ถ้าเราวางแผนมาบ้างก็อุ่นใจได้บ้าง และหากเจอคนดีๆ ระหว่างทางเราก็มีรอยยิ้มได้ ถึงจะยิ้มคนเดียว แต่ก็มีความสุขมากๆ

Ar-Ra-Ae

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ไปเที่ยวคิวชูกันเถอะ... เบปปุ ตอนที่ 2

こんにちは (konnichiwa) 

     สวัสดีตอนบ่ายๆ จ้า วันนี้ ไม่ไปไหน มีเวลามานั่งเขียนต่อ เอาล่ะค่ะเราไป Beppu กันต่อนะ

     เฉลยภาพจากตอนที่แล้วค่ะ นี่คือ Kumahachi Aburaya monument  ตั้งอยู่ที่ Beppu Station ฝั่ง East Gate ค่ะ ท่านเป็นบิดาแห่งการท่องเที่ยวของเมือง Beppu รวมถึงมีความใจดีต่อเด็กๆค่ะ ส่วนภาพที่อยู่ด้านหลังเหมือนฝาชี หรือสุ่มไก่ที่เป็นโลหะน่ะ คือบ่อน้ำพุร้อนสำหรับแช่เท้า

         ขอแนะนำเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ว่าก่อนไปเที่ยวก็แวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Foreign Tourist Information Office) กันก่อนนะ ข้าพเจ้าพบว่าบางทีก็ได้เอกสารส่วนลดค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งจากที่นี่น่ะค่ะ รวมถึงแผนที่ต่างๆ ในเมืองนั้นๆ ด้วย สำหรับ Foreign Tourist Information Office เมืองนี้มีมากกว่าหนึ่งแห่ง แต่ที่สะดวกสำหรับข้าพเจ้า ก็อยู่ชั้นล่างสถานี JR Beppu นี่แหล่ะค่ะ ตั๋วรถเมล์แบบเหมาจ่ายก็ซื้อได้ที่นี่แหล่ะค่ะ ตอนแรกจะซื้อ One-Day Mini Pass ใช้ขึ้นรถเมล์ได้ไม่จำกัดภายในตัวเมือง Beppu ในเวลา 1 วันราคา 900 เยน เราเป็นนักศึกษา จะได้ส่วนลด คือซื้อได้ 700 เยน แต่ว่าใช้ได้แค่ Beppu ดังนั้นจึงตัดสินใจซื้อ One-Day Wide Pass ราคา1,600 เยน ใช้ขึ้นรถเมล์ได้ไม่จำกัดในเมือง Beppu และพื้นที่รอบนอกเช่น เมืองYufuin ด้วย เพราะข้าพเจ้าตั้งใจจะไปเมืองYufuin ที่เป็นเมืองที่อยู่ใกล้ Beppu ด้วย เจ้าหน้าที่บอกว่าค่ารถไป-กลับ Yufuin ก็ปาเข้าไป 1,500 เยนแล้ว ดังนั้น 1,600 เยน จัดไป

        ช่วงเช้ากะว่าจะไปเที่ยวทัวร์นรก (Hell Tour หรือในภาษาญี่ปุนคือ "Jigoku Meguri") ทั้ง 8 บ่อ ให้ครบ แล้วจะไปYufuin ช่วงบ่าย แต่เอาเข้าจริงก็เกือบบ่ายสอง เพราะมัวแต่หลงทาง เพราะข้าพเจ้าไปสองบ่อที่อยู่ใกล้ๆ ก่อน แล้วอีกหกบ่อซึ่งอยู่ไกลออกไปแถบ Kannawa นั้น ต้องนั่งรถเมล์ ไป ตอนลงจากรถเมล์ ก็งง งง ว่าไปทางไหน โชคดีเจอคุณลุง คุณป้า จาก Hiroshima ซึ่งนั่งพักอยู่แถวสวนสาธารณะเล็กๆ แถวนั้น ช่วยถามคนท้องถิ่นให้ แถมเดินไปส่งด้วย ใจดีจริงๆค่ะ ทั้งสองท่านเคยมาที่ไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อนด้วย แถมพูดไทยได้ด้วย คือ "ขอบคุณค่ะ" เราก็ยกมือสวัสดีขอบคุณท่านไป ซึ้งใจมากๆ... คนที่นี่ใจดีมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนนะ แต่ถือว่าที่เจอน่ะ ส่วนใหญ่ยินดีช่วยเหลือนักท่องเที่ยวค่ะ เมื่อเช้าก็ได้ Tadashi-san พาไปดูป้ายรถทัวร์ ที่จะต้องกลับ นาโกยา ขอบคุณมากๆค่ะ

       ทัวร์นรกที่ว่านี้ ฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆแล้วก็คือ ทัวร์บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายหลังการระเบิดของภูเขาไฟ ประกอบด้วยแร่ธาตุที่เข้มข้น อาทิ กำมะถัน แร่เหล็ก โซเดียม คาร์บอเนต เรเดียม เป็นต้น และมีความร้อนเกินที่จะลงอาบได้ มีลักษณะแตกต่างกันไปในเมืองเบปปุทั้งหมด 8 บ่อ ตั้งชื่อให้น่ากลัวตามลักษณะภายนอกที่เห็น โดยปกติแหล่งน้ำร้อนที่จะถือว่าเป็นบ่อน้ำแร่ธรรมชาติได้นั้น จะต้องมีอุณหภูมิของน้ำไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และมีแร่ธาตุอย่างน้อย 1 ใน 19 ชนิด ซึ่งแหล่งน้ำร้อนออนเซ็นในเบปปุเกินมาตรฐานนี้เยอะ บ่อน้ำร้อนทั้ง 8 บ่อนี้ ทุกบ่อไม่สามารถลงไปแช่ได้ เพราะมีแร่ธาตุต่างๆ อยู่เข้มข้น และที่สำคัญ มันร้อนมาก ถ้าพูดบ่อน้ำพุร้อน ในโลกนี้มีบ่อน้ำพุร้อนทั้งหมด 11 ชนิด เฉพาะที่เบปปุนี้ก็มีถึง 10 ชนิดเข้าไปแล้ว (ขอบคุณ www.dozojapan .com ค่ะ) จากสถานี Beppu รอรถเมล์สาย 26 ด้านหน้าร้านขาย burger ที่สถานีน่ะค่ะ ไปลงที่ป้าย Chinoike Jigoku Mae ที่ป้ายนี้จะอยู่ระหว่าง 2 บ่อค่ะ คือ Chinoike-Jigoku และ Tatsumaki-Jigoku

       ข้าพเจ้าเดินไปที่ Chinoike-Jigoku เป็นบ่อแรกค่ะ แต่จริงๆแล้ว ถ้าไม่ให้เสียเวลา ควรไปที่ Tatsumaki-Jigoku ก่อน แล้วถามเจ้าหน้าที่ว่าเวลาเท่าไรที่น้ำพุร้อนที่บ่อ Tatsumaki-Jigoku จะพุ่งขึ้นมาค่ะ เพราะเค้าจะพุ่งเป็นเวลาก็ประมาณ 20-30 นาทีต่อครั้งค่ะ ตรงเวลาเหมือนการขนส่งมวลชนของญี่ปุ่นเสียจริง 555 ถ้าอีกนานกว่าจะพุ่งขึ้นมา เราก็ไปที่ Chinoike-Jigoku ก่อน แวะซื้อตั๋วแบบครบทุกบ่อที่นี่ค่ะ จริงๆ แล้วจะซื้อที่บ่อไหนก็ได้ จะซื้อแบบแยกชมบางบ่อก็ได้ แห่งละ 400 เยน สำหรับผู้ใหญ่ แต่้ถ้าจะไปทุกบ่อก็ซื้อแบบเหมาดีกว่าคือ 2,000 เยน และสามารถใช้ส่วนลดที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเค้าให้มาจากการที่เราซื้อตั๋ว Pass มา นำมาใช้ลดได้ค่ะ ถ้าจำไม่ผิดก็ใช้ลดได้ 200 เยนค่ะ ก็เหลือ 1,800 เยน ที่บ่อนี้จะมีสีน้ำตาลแดง เหมือนเลือดน่ะค่ะ เค้าเลยจินตนาการให้น่ากลัวว่าเป็นบ่อสีเลือด ก็เพราะมีแร่เหล็กนั่นเองค่ะ 
       
     
        บ่อที่สองของวันนี้ิ ก็เป็น Tatsumaki-Jigoku ระหว่างที่รอก็เดินชมร้านขายของที่ระลึกได้ จริงๆแล้วร้านขายของที่ระลึกมีขายที่ทุกบ่อเลย ต้องใจแข็งหน่อย อิอิ... ตอนแรกก็ไปนั่งรอ สักพักก็พุ่งออกมาตามเวลาที่เจ้าหน้าที่บอกจริงๆค่ะ

เอาล่ะวันนี้ไป 2 บ่อนี้ก่อนนะ
                                                                              Ar-Ra-Ae





วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ไปเที่ยวคิวชู กันเถอะ... เบปปุ ตอนที่ 1

สวัสดีจ้า
     เดือนสิงหาคม 2555 แล้วซินะ เวลาผ่านไปเร็วมาก แป๊บเดียวก็จะครบปีแล้ว เพิ่งมีเวลามานั่งเขียน Blog ก็ตอนนี้แหล่ะ ถ้างั้นก็ขอเล่าเรื่องตอนปิดเทอมนี้ก่อนก็แล้วกันนะ เรื่องอื่นๆ ค่อยเล่าย้อนหลังไปเรื่อยๆ ตามแต่ว่าจะนึกเรื่องอะไรออก
   เดือนนี้ก็ออกเที่ยวค่ะ จริงๆแล้วไม่ใช่คนเที่ยวเก่งอะไรนักหรอก แต่ด้วยไหนๆก็มาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว และหลังจากการเรียนมาอย่างหนักพอควร ก็ควรออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง จุดหมายของข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองเบปปุ (Beppu) และเมืองยุฟุอิน (Yufuin) จังหวัดโออิตะ (Oita) บนเกาะคิวชูซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น
  
ก่อนอื่นขอเล่าก่อนว่า ข้าพเจ้าศึกษาอยู่ที่เมืองนาโกยา (Nagoya) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศญี่ปุ่น อยู่ตอนกลางของเกาะฮอนชู และเป็นเมืองศูนย์กลางของจังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ในภูมิภาคจูบุ (ได้ยินตอนแรกคิดไปถึงคำว่า จุ๊บุ จุ๊บุ...รักนะตัวเอง 555) ดังนั้นต้องเดินทางไกลกันเลยทีเดียว ซึ่งข้าพเจ้าอยากจะผจญภัย เลยลุยคนเดียวค่ะ แต่ต้องศึกษาข้อมูลพอควรก่อนไป เพราะภาษาญี่ปุ่นไม่แข็งแรง อิอิ จริงๆแล้วก่อนมาที่ญี่ปุ่นก็มีพี่ๆ น้องๆ หลายคนที่เคยมาเที่ยวบอกว่า ที่นี่เที่ยวง่าย การเดินทางสะดวก ซึ่งพอข้าพเจ้ามาถึงที่ญี่ปุ่นแล้ว จึงเข้าใจว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ มีป้ายบอกเป็นภาษาอังกฤษกำกับเกือบทุกแห่งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวค่ะ แต่ถ้าเป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนไปนัก ก็ไม่มีหรอกค่ะ มีแต่ภาษาญี่ปุ่น รถไฟและบัส ก็ตรงเวลาอย่างไม่น่าเชื่อ...
ข้าพเจ้าเลือกนั่ง Overnight Bus ไปค่ะ ก็ใช้เวลาเดินทางช่วงกลางคืน ไปถึงเช้าก็จะได้ไปเที่ยวได้เลย แต่ขอบอกก่อนว่า นอนไม่ค่อยหลับค่ะ แต่รถบัสนั่งเป็น 3 แถว แถวละหนึ่งที่นั่ง ถือว่านั่งนอนได้สบายพอควรค่ะ แต่ยังไงก็ไม่ค่อยหลับอยู่ดี ออกเดินทาง 20:10 . ไปถึงที่ Beppu kitahama 07:25 . ค่ะ



ลงที่ป้ายรถหน้าตึกนี้แหล่ะค่ะ หันหน้าเข้าหาป้ายรถบ้ส ทางขวามือจะเห็น Beppu Tower ค่ะ แต่ถ้ามองไปข้างหน้า แล้วข้ามถนนไปอีกฝั่ง ก็จะเป็น Beppu station ค่ะ ซึ่งเป็นทั้งสถานีรถไฟ และบัสค่ะ ตอนแรกก็คิดว่าบัสที่นั่งไปจะไปจอดที่สถานีเบปปุนี้ซะอีก ที่ไหนได้ ไปจอดหน้าตึกนี้
                                                    Beppu Tower

                                                    Beppu Station
        Beppu Station ซึ่งจากป้ายรถบัสต้องข้ามถนนแล้วเดินไปอีกสักพักน่ะค่ะ ประมาณสิบนาทีค่ะ อันนี้แล้วแต่ว่าใครเดินช้าเดินเร็วนะ คือข้าพเจ้าเดินดูทางไปด้วย กลัวหลงน่ะ ส่วนคุณลุงท่านนี้เป็นใคร แล้วมีอะไรเป็นโลหะโค้งๆอยู่ด้านหลัง ไว้จะเล่าต่อวันหน้านะคะ ^ ^ ไปนอนก่อนนะ Oyasuminasai แปลว่า ราตรีสวัสดิ์ ค่ะ…
Ar-Ra-Ae








วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สวัสดีค่ะ

       เพิ่งหัดเขียน Blog เนื่องจากมีพี่ท่านหนึ่งแนะนำมาว่าให้ลองเขียนดูค่ะ เลยจะลองเขียนเรื่องที่ได้มีโอกาสมาศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาหนึ่งปี เล่าให้ผู้สนใจมาอ่านกันนะคะ แต่อย่าคาดหวังเรื่องภาษาญี่ปุ่นใน Blog นี้นะคะ เพราะไม่ได้เรียนเป็นภาษาญี่ปุ่น เรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษน่ะค่ะ มีเพื่อนๆ อีก 9 ประเทศมาเรียนด้วยกัน จึงใช้ภาษาอังกฤษในการเรียน และก็มาแค่ปีเดียว ให้เรียนเป็นภาษาญี่ปุ่นคงไม่ไหวแน่ๆ อิอิ...
      มาที่นี่ก็คงเขียนเรื่องประสบการณ์ต่างๆ รวมถึงการท่องเที่ยวค่ะ ซึ่งคนไทยมาเที่ยวที่ญี่ปุ่นมากจริงๆค่ะ ถึงขนาดบางสถานที่ท่องเที่ยวเค้ามีเอกสารแนะนำสถานที่นั้นๆ เป็นภาษาไทยกันเลยล่ะค่ะ ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เก่งกาจอะไร มีเพื่อนๆ น้องๆ ที่รู้อะไรมากกว่าข้าพเจ้าแน่นอน แต่ด้วยความที่ชอบเขียนก็เลยอยากเล่าน่ะค่ะ
      วันนี้เกริ่นนำแค่นี้ก่อนนะคะ ง่วงแล้วล่ะ วันหน้าค่อยเขียนต่อ

       Ar-Ra-Ae